2007/Jun/19

2.

เวลา 1 เดือนในเกมช่างผ่านไปได้รวดเร็วนักเมื่อเทียบกับความสนุกสนานที่ได้รับ เมื่อเวลาใกล้ครบ 45 นาที เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าการควบคุมตัวละครเริ่มเป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเข้ามาในโสทประสาทแจ้งให้ทราบว่าใกล้ถึงเวลาการตื่นแล้ว ระบบจะเริ่มนำผู้เล่นออกจากเกมให้กลับสู่โลกความเป็นจริง

เสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่วอยู่อาจนับว่าเป็นเสียงที่ดังที่สุดในห้องนี้ ซักพักจึงเริ่มมีเสียงพึมพำเบา ๆ ออกจากผู้เข้าร่วมทดสอบคนอื่นที่อยู่ห้อง จากนั้นผู้เข้าร่วมทดสอบต่างก็ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องน้ำหรือหาอะไรเบา ๆ ทานรองท้อง เช่น น้ำเปล่า หรือ นม พร้อมกับขนมปังนุ่ม ๆ ชิ้นไม่ใหญ่มาก

เด็กหนุ่มผู้ใช้ชื่อในเกมว่าซาคารีอาส เริ่มนึกทบทวนในสิ่งที่ตนทำลงไปช่วง 45 นาทีที่ผ่านมา (30 วันในเกม)

เขาและโอราซิโอออกหางานทำเพื่อหาเงินไปเรียนทักษะต่าง ๆ โดยเขาเลือกเรียนทักษะการใช้ดาบเบื้องต้น การใช้ธนูเบื้องต้น การถลกหนังสัตว์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์หมวดเชือก การถนอมเนื้อสัตว์ และการปรุงเนื้อสัตว์เบื้องต้น ส่วนโอราซิโอเลือกเรียน การใช้ธนูเบื้องต้น การใช้มีดสั้นเบื้องต้น การประดิษฐ์กับดักเบื้องต้น การตามรอยสัตว์ และการใช้สมุนไพรเบื้องต้น ซึ่งตัวครของทั้งคู่อยู่ในระดับ 12 และหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าหมูป่ากับเก็บสมุนไพรขาย โดยล่าสุดนี้ ซาคารีอาสกับโอราซิโอมีแผนที่จะเดินทางไปผจญภัย ณ อาณาจักรข้างเคียงอีกด้วย

เด็กหนุ่มตื่นจากห้วงภวังค์เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งได้สอบถามว่าเขาจะรับขนมปังและเครื่องดื่มหรือไม่ หนุ่มน้อยยื่นมือไปรับพร้อมกับกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ เมื่อจัดการสองสิ่งที่รับมาเสร็จสรรพแล้วก็เดินเอาไปเก็บในที่ ๆ จัดไว้ให้ซึ่งเขาก็ถือว่าเป็นการยืดเส้นยืดสายภายในตัว

ครู่หนึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศให้ผู้เข้าร่วมทดสอบทุกคนกลับเข้ามาประจำที่เพื่อทำการทดสอบระบบของเกมต่อ...

เขากลับมาประจำจุดเดิมก่อนที่จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับคราวแรกซ้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พอสังเกตได้ว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่คนเดียวกับครั้งก่อนหน้านี้

5... 4... 3... 2... 1... แด่ความฝันและจินตนาการ..

แสงวาบจ้าจนแสบตา เวลาในเกมถูกปรับให้เป็นเวลา 9 โมงเช้า ในขณะที่แดดหน้าร้อนค่อนข้างแรงเอาการ ซาคารีอาสพบว่าตนกำลังยืนอยู่กลางจัตุรัสเช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่น ๆ

เฮ้... แซ็ค ทางนี้ ๆ เสียงเรียกอย่างนี้ น่าจะมีคนเดียว เด็กหนุ่มนึกยิ้มในใจ เมื่อหันไปทางต้นเสียงพบแขนขาว ๆ กำลังโบกไปมาหยอย ๆ

นายรู้ได้ยังไง ว่าเราอยู่ตรงไหน ซาคารีอาสถามเมื่อประสบพบหน้ากันแล้ว

เปิดระบบติดตามเพื่อน มันจะแสดงรายชื่อของนายอยู่เหนือหัวทำให้รู้ว่ากำลังอยู่ตรงไหน ถ้าอยากรู้อะไรอีกก็เปิดดูในระบบช่วยเหลือของเกมสิ เอลฟ์หนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความระอา

อืม ขอบใจนะ... เอาล่ะ เราจะทำยังไรกันต่อไป หมายถึงเรื่องการผจญภัยน่ะ

อย่างแรก เราต้องมีเป้าหมายก่อน ว่าเราจะไปผจญภัยที่ไหน อย่างไร เพื่ออะไร ดังนั้น...ตามเรามา ว่าแล้วโอราซิโอก็เดินนำไปลิ่วไปย่านการค้า จนซาคารีอาสวิ่งตามแทบไม่ทัน

สิ่งที่เราต้องมีคือ แผนที่ก่อน โอราซิโอก้าวเท้าเข้าไปในร้ายขายของทั่วไป พร้อมกับสอดสายตามองหาแผนที่ นี่ไง!

ดูนี่ แซ็ค ตอนนี้เราอยู่ที่เมือง เอล พลาตา(El Plata) เมืองหลวงของประเทศพาลิเนโร(Palinero) เอลฟ์หนุ่มชี้นิ้วจิ้มไปยังภาพบนแผนที่ นายคิดว่าที่ไหนน่าสนใจ?

ลองถาม เจ้าของร้านดูดีไหม? ซาคารีอาสคิดว่าวิธีนี้น่าจะดีกว่าคลำทางไปมั่ว ๆ

เจ้าของร้านให้คำแนะนำว่า ลองไปติดต่อ สำนักงานข้อมูลของเมืองที่อยู่ในตึกตรงหัวมุมถนนดู แต่ก่อนอื่นจงจ่ายเงินค่าแผนที่มาซะ

เมื่อทั้งสองออกมาจากร้านขายของก็ยังไม่รีบไปยังสำนักงานข้อมูลเลยเสียทีเดียว มองหาที่พักผ่อนอันเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มเสียชั่วครู่เพื่อปรึกษากันก่อน

นายคิดยังไง จะทำยังไงกันก่อนดี โอราซิโอถามเพื่อขอความเห็น เด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์นิ่งไปชั่วครู่ก่อนพูดสิ่งที่ตนวางแผนไว้ออกมา

ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่ได้วางเป้าหมายว่าจะเดินทางไปผจญภัยที่ไหนก็ตาม แต่ก่อนอื่น... เว้นวรรคไปชั่วครู่ ก่อนอื่น เราต้องมีเสบียงสำหรับยามฉุกเฉินสำหรับ 3-4 วัน ส่วนยามปรกติเราคงล่าสัตว์แถวนั้นได้ เกราะที่ราคาไม่แพงมากนัก ลูกธนูซัก 100 ดอก มากกว่านี้คงทำให้หนักมากขึ้นจะเป็นภาระเสียเปล่า ๆ แบ่งเป็นแบบล่าสัตว์เล็ก 60 ดอก แบบล่าสัตว์ใหญ่ 40 ดอก ยารักษาโรค แต่จริง ๆ ถ้าได้พวกนักบวชฝึกหัดร่วมทางไปด้วยก็ดีเพราะพวกนี้มีทักษะกับเวทในการรักษา อืม... พอก่อน นายช่วยเช็คราคาของพวกนี้ให้หน่อยสิ

โอราซิโอล้วงรายการสินค้าจากเป้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบราคา

อืม อะไรบ้างนะ อ๋อ ๆ เสบียงสำหรับฉุกเฉิน 3-4 วัน คงต้องใช้เกลือ ราว ๆ 10 เหรียญทองในการถนอมอาหาร ลูกธนู 100 ดอก แบบธรรมดาตกอยู่ที่ 10 ดอกต่อ 1 เหรียญทอง ส่วนลูกศรแบบล่าสัตว์ใหญ่ หัวละ 3 เหรียญทอง แบบล่าสัตว์เล็ก 2 หัวศรต่อ 1 เหรียญทอง ยารักษาโรค... ยารักษาโรค... ยาแก้พิษเบื้องต้นตกชุดละ 10 เหรียญทอง ส่วนเต็นท์ที่พัก เรามีอยู่แล้ว อาวุธก็มีอยู่แล้ว อ้อ... ใช่แล้ว เกราะ... เกราะแบบที่นิยมกันสำหรับเหล่าผู้มีรายได้ต่ำตอนนี้คือ เกราะหนังคาดแผ่นเหล็กรุ่นขวัญใจคนยาก ราคา 30-40 เหรียญทอง ราคานี้รวมปลอกแขนพร้อมสนับเข่าเรียบร้อย ยอดค่าใช้จ่ายตอนนี้ก็คือราว ๆ 250 เหรียญทอง

ต่อคน?

สำหรับ สองคน! ส่วนที่แพงที่สุดคือลูกธนู! ตอนนี้พวกเรามีงบอยู่ที่ 360 เหรียญทอง กับประกันอุบัติเหตุจากการโจมตีของสัตว์ร้ายระดับสูงอีกราว ๆ 30 เหรียญทอง

อืม... ซาคารีอาสเอามือปิดหน้าเพื่อเรียบเรียงความคิด ลดลูกธนูเหลือ 60 ดอกดีไหม

คนละ 30! ไม่เวิร์คเด็ด ๆ สำหรับหมูป่าที่เราล่าอยู่ทุกวันแบบล่าสัตว์เล็กใช้ราว ๆ 10-13 ดอกต่อตัว ส่วนแบบล่าสัตว์ใหญ่ก็ใช้ราว ๆ 3-5 ดอกแล้ว... ถึงแม้มันจะเก็บมาใช้ใหม่ได้ก็เถอะ

แล้วลูกธนูที่เราเหลืออยู่ตอนนี้ล่ะ?

ลูกธนูที่เราเหลืออยู่ตอนนี้? แบบล่าสัตว์เล็กมี 20 ดอก แต่สภาพเน่าเต็มทีแล้ว ส่วนแบบล่าสัตว์ใหญ่มี 6 ดอก สภาพก็แย่เหมือนกัน โอราซิโอถอนหายใจ ซื้อใหม่ดีกว่า

นายคิดว่าเราควรเพิ่มอะไรอีก ซาคารีอาสถามเอลฟ์หนุ่มกลับบ้าง

ที่แน่ ๆ ใบผ่านระหว่างอาณาจักรก็ตกอยู่ที่ 50 เหรียญทองต่อคนแล้ว! โอราซิโอย้ำ นั่นหมายความว่าเราเหลือเงินอีกราว ๆ 10 เหรียญทอง ซึ่งถ้านายถามความเห็นเรา เราคิดว่าไอ้สัมภาระที่เราต้องแบกนี่มันไม่ใช่เล่น ๆ สิ่งที่เราต้องการที่สุดในตอนนี้คือสัตว์ต่างซึ่งราคาอย่างต่ำเช่นพวกลาก็ 60 เหรียญทองแล้ว!

อืม... เด็กหนุ่มชาวมนุษย์กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

ในขณะนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังขึ้น

เกะกะจริง! เสียงตะโกนมาจากชายหนุ่มเผ่าเอลฟ์ ผิวขาว หัวตั้งชี้ฟู ผู้อยู่ในชุดนักเวท บอกแล้วไงว่า เลิกกันแล้ว ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก ฟังไม่เข้าใจหรือไง?

ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นเด็กสาวร่างเล็กผมยาวสีดำขลับ เช่นเดียวกับดวงตาที่กลมโตสดใสแต่มีแววแห่งความเศร้าสร้อยเคล้าไปด้วยน้ำตา เมื่อมองดูลักษณะของเธอผู้นั้นแล้ว ซาคารีอาสอนุมานได้ว่าเป็นนักบวชฝึกหัดเผ่ามนุษย์ที่มีระดับผู้เล่นไม่ห่างไปจากพวกเขามากนัก(12-15) โดยดูจากเครื่องแต่งกาย ในขณะที่ชายหนุ่มเผ่าเอลฟ์ผู้ส่งเสียงเอะอะโวยวายนั้น (แฟน?) กลับมีสภาพที่บ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาก (อาจ 22-24) ซึ่งดูจากเครื่องแต่งกายเช่นกัน

หนุ่มนักเวทผู้นั้นเอะอะโวยวายกล่าวคำผรุสวาทอีกหลายคำ ก่อนที่จะจากไปพร้อมกับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ที่มาด้วยกัน ปล่อยเด็กสาวทิ้งไว้แต่เพียงลำพังจมจ่อกับความเศร้าเสียใจ ซาคารีอาสจ้องมองด้วยความรู้สึกสับสน ด้วยจุดประสงค์แรกที่เข้ามาในเกมนี้ก็เพื่อที่ตนจะได้เป็นวีรบุรุษผู้รักษาความยุติธรรม แต่เนื่องด้วยความสมจริงของเกมอันไม่ต่างไปจากชีวิตจริงที่ต้องนึกถึงตัวเองก่อนผู้อื่น จึงทำให้เขาต้องนิ่งเงียบและไม่ไปยุ่งเกี่ยวให้เปลืองตัว

เด็กสาวนักบวชฝึกหัดนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยเรียกบริกรมาคิดเงินค่าเครื่องดื่มโดยพยายามเก็บกลั้นความโศกเศร้าเอาไว้ข้างใน จนซาคารีอาสนึกชมอยู่ในใจ

นั่นไงล่ะ นักบวชฝึกหัด โอราซิโอกล่าวเปรยออกมา แถมเพิ่งถูกแฟนทิ้งมาอีกด้วย หมดปัญหาเรื่องห่วงผูกมัดไปในตัว

เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มพร้อมทั้งกับส่ายหน้าเล็กน้อย

ผู้เล่นที่ระดับต่ำกว่า 20 จะต้องรวมกลุ่มกันไม่ต่ำกว่า 4 คนจึงจะสามารถออกใบผ่านระหว่างอาณาจักรให้ได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลเผ่าพันธุ์ดวฺอร์ฟผมและเคราสีแดงแจ๋แจ้งให้ทราบ เพราะบริษัทกรมธรรมเกรงว่าผู้เล่นระดับต่ำนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตจากสัตว์ร้ายระดับสูงได้ง่าย...

หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ กลัวผู้เล่นโกงเงินประกัน เอลฟ์หนุ่มหน้าแหลมต่อให้ ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ตัวเตี้ยก็ไม่ตอบโต้กระไร

โอเค ไม่มีปัญหา แต่คุณช่วยแนะนำให้เราหน่อยได้ว่าเราควรจะไปผจญภัยที่ไหนดี

เจ้าหน้าที่ผู้นั้นนิ่งไปซักครู่ก่อนจะหยิบแผนที่และสมุดจดขึ้นมาเปิดดู

จริง ๆ แล้วในพาลิเนโรเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวและน่าสนใจมากมาย แต่ถ้าหากพวกคุณต้องการที่จะไปท่องเที่ยวต่างอาณาจักรจริง ๆ ล่ะก็ เดี๋ยวขอผมดูข้อมูลก่อน... อ้อ ตรงนี้ นี่คือประเทศ แมนซา(Manza) ตอนนี้กำลังมีปัญหาถูกกองทัพผีดิบบุกโจมตีอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้านี่ยังไม่น่าสนใจ ก็ยังมีประเทศ ฮอร์ตา(Horta) ที่ค่อนข้างสงบสุข แต่เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนถูกฝูงมังกรโจมตี และลักพาตัวเจ้าหญิงไป... 

...ทั้งสองประเทศนี้อยู่ในสนธิสัญญาพันธมิตรกับพาลิเนโรเช่นเดียวกับอีก 4-5 ประเทศที่อยู่รอบ ๆ แต่สองประเทศนี้พิเศษกว่าหน่อยหนึ่งตรงที่ จะเสียค่าใบผ่านแค่ 32 เหรียญทองเนื่องจากอยู่ใกล้อาณาจักรเรา

โอราซิโอหันไปถามความเห็นจากซาคารีอาสว่าคิดอย่างไร เด็กหนุ่มจึงขอความเห็นจากเจ้าหน้าที่ดวฺอร์ฟหัวแดงเกี่ยวกับรายละเอียดของประเทศทั้งสองนี้ให้มากขึ้น

แมนซา มีเมืองหลวงคือ กรานดีส โมนอส(Grandes Monos) เป็นประเทศที่ค่อนข้างทุรกันดาร ค่อนข้างแห้งแล้งเนื่องจากอาณาเขตส่วนหนึ่งเป็นทะเลทราย แต่ก็ยังมีโบราณสถานที่ยังไม่ถูกขุดค้นเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก และนี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีเหล่าผีดิบอารยธรรมโบราณจำนวนมากเช่นกัน ถ้าจะไปแมนซา ก็ต้องไปทางเมืองชายแดนอย่าง เอล ทอร์โร(El Torro)

...ส่วน ฮอร์ตา มีสภาพภูมิศาสตร์เป็นเกาะใหญ่ ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นประเทศที่สงบสุข ถ้าไม่นับการถูกฝูงมังกรจู่โจมน่ะนะ แต่ในเมืองหลวงอย่าง ซานตา วาเลนเซีย(Santa Valencia) ก็ค่อนข้างคึกคักไม่แพ้เมืองเอล พลาตา หากจะไปฮอร์ตา ต้องไปขึ้นเรือที่เมืองท่า เพอร์โต ทอร์โร(Puerto Torro)...

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวเสริมอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศนี้ค่อนข้างจะได้รับความนิยมจากผู้เล่นอย่างมาก ดังจะเห็นว่าผู้เล่นหลาย ๆ คนเริ่มเตรียมตัวออกเดินทางกันแล้ว โดยการเดินทางไปยังเพอร์โต ทอร์โร นั้นสามารถขึ้นขบวนรถม้าหรือกลุ่มคาราวานสินค้าจาก เอล พลาตาได้เลย และจะหยุดแวะพักที่ ลอส เฟอร์นันดอส(Los Fernandos) เมืองหลวงอันดับสองซึ่งใช้เวลาเดินทางราว 2 วัน จากนั้นก็ถึงจุดหมายปลายทาง เบ็ดเสร็จรวมทั้งสิ้นแล้วใช้เวลาราว 4 วันครึ่ง ซึ่งหากเดินด้วยเท้าแล้วอาจเสียเวลาถึง 10-12 วันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ 25 เหรียญทองต่อท่านสำหรับขบวนรถม้า ราคานี้รวมที่พักและอาหารแล้ว ส่วนการเดินทางไปกับคาราวานสินค้านั้นก็แล้วแต่จะต่อรองกันเอง

เด็กหนุ่มทั้งสองเดินสองเดินออกจากสำนักงานข้อมูลด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างจะกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่พอสมควร เนื่องด้วยต้องหาเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มอีก 2 คนจึงจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ซาคารีอาสปรึกษากับโอราซิโอว่าควรจะทำอย่างไรดี เอลฟ์หนุ่มให้ความเห็นว่าควรติดประกาศหาเพื่อนร่วมเดินทางเช่นเดียวกับคณะเดินทางอื่น ๆ แต่เด็กหนุ่มชาวมนุษย์กลับไม่คิดเช่นนั้นเนื่องจากเป็นไปได้ยากมากที่จะหาผู้เล่นระดับต่ำ ๆ ที่มีอุดมการณ์เช่นเดียวกับพวกตนร่วมเดินทางไปด้วย ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะรอให้ระดับของตัวเองพัฒนาไปจนถึง 20 หรือ 30 ก่อนถึงจะค่อยคิดเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งสองถกเถียงกันจนเหนื่อยอ่อน ถึงได้สังเกตว่าเวลาผ่านไปจนย่ำค่ำแล้ว จึงเดินหาโรงเตี๊ยมแถวนั้นเพื่อหาอะไรรองท้องและซุกหัวนอนเนื่องด้วยในเมืองมีกฎห้ามมิให้ทำการกางเต็นท์หรือสร้างสิ่งก่อสร้างชั่วคราวใด ๆ ทั้งสิ้นยกเว้นแต่ซุ้มขายของเท่านั้น

เมื่อทั้งสองหาที่พักอันเป็นโรงเตี๊ยมสำหรับนักเดินทางที่ราคาไม่แพงมากนักได้แล้ว จึงขนของไปเก็บไว้ในห้องพัก จากนั้นก็ลงไปยังห้องอาหารของโรงเตี๊ยม ซึ่งก็พบว่ามีผู้คนอยู่หนาตาพอสมควร โดยส่วนมากก็เป็นผู้เล่นระดับต่ำเช่นเดียวกับพวกเขา บางคนก็เป็นพวกใช้แรงงานในเหมือง บางคนก็เป็นคนต้อนแกะปศุสัตว์ บางคนก็เป็นคนงานปางไม้ ฯลฯ มีทั้ง เผ่าเอลฟ์ เผ่ามนุษย์ เผ่าออร์ค ปะปนกันไป ซาคารีอาสมองหาโต๊ะว่างเพื่อที่จะนำอาหารของพวกตนออกมากิน แต่โต๊ะส่วนใหญ่เท่าที่เห็นล้วนมีผู้คนนั่งอยู่เต็ม ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นว่ามีโต๊ะอยู่ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มุมห้องอาหาร มีออร์คตัวเขียว รูปร่างบึกบึน กำลังนั่งกินอาหารของตนอยู่คนเดียวอย่างเงียบ ๆ เด็กหนุ่มบุ้ยใบ้ให้สหายเอลฟ์ดู แล้วก็เดินลิ่วเข้าไปหา

นายจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า... ถ้าพวกเราจะขอร่วมโต๊ะด้วย... ตอนนี้พวกเราหาโต๊ะนั่งไม่ได้เลย ซาคารีอาสถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

ออร์คตัวบึกจ้องมองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากบอกว่า ตามสบาย ทั้งสองหนุ่มจึงนั่งลง แล้วล้วงอาหารของตนที่เตรียมออกมาจากเป้ จากนั้นก็คุยกันเบา ๆ ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง

บุรุษตัวเขียวหน้าเหี้ยมหูผึ่งฟังอย่างสนใจ ก่อนที่จะถูมือไปมาพร้อมกับเอ่ยถามว่า สนใจที่จะหาเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากตนเองก็เพิ่งหมดสัญญาทำงานในเหมืองไม่กี่วันมานี้เอง จากนั้นก็แนะนำตนเองว่าชื่อ เออร์เนสโต (Ernesto) โดยระดับของตนนั้นอยู่ที่ 11 มีทักษะการใช้อาวุธประเภทขวานเบื้องต้น การใช้อาวุธประเภทค้อนหรือตะบองเบื้องต้น การขุดเหมือง และ การถลุงแร่เบื้องต้น เมื่อได้ยินเช่นนั้นฝ่ายซาคารีอาสและโอราซิโอต่างก็แนะนำตัวเองบ้างพร้อมกับบอกรายละเอียดของตนออกไป แล้วทั้งสามก็เริ่มหารือเรื่องการเดินทาง โดยฝ่ายออร์คมีทุนทรัพย์อยู่ราว 160 เหรียญทอง

สิ่งที่นายต้องมีต้องเสียค่าใช้จ่ายตอนนี้ก็มี ค่าใบผ่าน 32 เหรียญทอง เกราะแบบทั่ว ๆ ไปราคา 30-40 เหรียญทอง ขวานดี ๆ 15 เหรียญทอง ค่าเกลือสำหรับถนอมอาหารอีก 10 เหรียญทอง ทั้งหมดก็ราว ๆ 100 เหรียญทอง ไม่รวมยารักษาโรค หรือพวกของกระจุกกระจิก โอราซิโอแจกแจงให้ฟัง จนออร์คเขียวอดทึ่งไม่ได้เผลอหลุดปากชมว่า น่าจะหันไปทางการค้าคงจะรุ่ง

ทั้งสามยังคงหารือกันอยู่พักหนึ่งเรื่องสมาชิกคนที่ 4 ซึ่งยังตัดสินใจกันไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดี แต่เมื่อคนอื่น ๆ ในห้องอาหารพากันลุกไปเกือบหมดแล้วจึงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนจากนั้นจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน

หลังจากที่ทั้งเอลฟ์และมนุษย์กลับมาที่ห้องแล้ว ก็โผเข้าหาเตียงของตนแล้วนอนผึ่งแผ่หลาทันที แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามายังทำให้ซาคารีอาสไม่รู้สึกง่วงเท่าใดนัก เมื่อเหลียวมองไปยังโอราซิโอก็พบว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่หลับเช่นกัน

โอโอ...

หืม?

นายเคยรู้สึกสังเกตบ้างไหมว่า เกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นตรงไหน เอลฟ์หน้าแหลมโบกมือไปมาแทนคำตอบว่าไม่รู้ ลองสังเกตดูสิ เกมอื่นมักจะมีผู้ร้าย มีอาณาจักรที่ชั่วร้าย หรืออะไรร้าย ๆ ที่กำลังคุกคามโลก แล้วเหล่าผู้เล่นต้องรวมตัวกันกำจัด แต่เกมนี้... 

...เกมนี้ไม่มีอะไรแบบที่ว่าเลย มีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีภยันอันตรายนอกเหนือไปจากศัตรูตามธรรมชาติ อย่างกับนี่ไม่ใช่เกม เหมือนกับ... เหมือนกับเป็นโลกจำลองเสียมากกว่า... นายคิดว่ายังไง? หันไปถามความเห็นเพื่อน ปรากฏว่าเพื่อนก็โบกมือเหมือนเดิมแต่คราวนี้มีความหมายว่ากำลังจะหลับแล้ว เด็กหนุ่มจึงหันมามองแสงจันทร์ที่สาดกระทบมุมห้อง เพียงชั่วครู่ความง่วงก็เริ่มเข้ามาครอบงำ และก็หลับไปในที่สุด

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


Lord Booka the Saracen
View full profile