3.
เห้ย!เฮ้ย! แซ็ค ตื่นเร็ว ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เสียงเพื่อนร่วมห้องตะโกนพร้อมกับเขย่าตัวเด็กหนุ่ม แต่ด้วยความง่วงที่ยังครอบงำอยู่จึงทำให้สติสตังของเขาไม่ค่อยเต็มที่นัก
ตื่นเร็วไอ้ขี้เซา! มีเรื่องบ้าบอคอแตกเกิดขึ้นแล้ว! เสียงของเพื่อนดังกรอกรูหูจนเด็กหนุ่มต้องลุกขึ้นมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
แย่แล้วล่ะเพื่อน! มันบ้าบอจริง ๆ นายต้องไม่เชื่... สหายเอลฟ์รีบพูดจนสำลักน้ำลายตัวเอง นายต้องไม่เชื่อแน่เลย!
แล้วมันอะไรล่ะ? หนุ่มเผ่ามนุษย์รู้สึกขำในความตระหนกตกใจของเพื่อนหูแหลม แต่โอราซิโอกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น ลากตัวซาคารีอาสที่กำลังงัวเงียไปที่หน้าต่าง ภาพและเสียงที่เด็กหนุ่มได้ยินและเห็นเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตามประสิทธิภาพของสติสัมปชัญญะ...
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ เหล่าสัตว์ร้ายจำนวนมากกำลังเพ่นพ่านและบุกเข่นฆ่าผู้คนในเมือง เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วผู้คนวิ่งหนีกันอลหม่านท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา!
นี่ไม่ใช่การจัดกิจกรรมของบริษัทเกมแน่ ๆ เอลฟ์หนุ่มเอ่ย เราลองพยายามติดต่อกับทั้งผู้ดูแลเกม (Game Master : GM) กับระบบช่วยเหลือของเกมแล้ว... แต่ไม่มีผลอะไรเลย
แม้กระทั่งจะออกจากเกมก็ไม่ได้! ทำอะไรไม่ได้เลยเหมือนกับว่าเราไม่ได้อยู่ในเกมเสียอย่างนั้น!
เหมือนจะจริงอย่างที่โอราซิโอว่า เนื่องจากพื้นที่โล่งใกล้น้ำพุตรงกันข้ามกับโรงเตี๊ยมมีซากศพเกลื่อนกราดกระจัดกระจาย เหล่าสัตว์ร้ายฝูงใหญ่กำลังแทะซากเหล่านั้นอยู่ บ้างก็กำลังเลียเลือดที่นองเต็มพื้นแดงฉานไปหมด
ถัดมาเป็นนักเวทใส่แว่นทำท่างุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์กำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวใหญ่ที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายสิงโตตัวเมียแต่มีเขายาวโง้งออกมา จอมเวทเปิดคัมภีร์พร้อมทำท่าร่ายมนต์... แต่ไม่เกิดผลใด ๆ ลองทำอยู่สามสี่ครั้งก่อนที่เจ้าสัตว์ร้ายจะกระโดดเข้าขย้ำคอแล้วเหวี่ยงไปมาจนได้ยินเสียงกระดูกคอหักดังลั่นจากนั้นนักเวทผู้กล้าแกร่งก็โดนลากหายไปกับความมืด
อีกฟากหนึ่งเป็นอัศวินเผ่าออร์คใส่เกราะสีทองสวยงามเปิดช่องท้องและอกเพื่อโชว์กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งกำลังฟาดฟันฝูงสิ่งที่คล้ายกับหมาในด้วยดาบอันใหญ่ยักษ์อยู่ อัศวินผู้กล้าหาญต่อสู้กับเหล่าหมาอสูรอย่างไม่เกรงกลัว เลือดและเหงื่อไหลชโลมกาย แต่ก็ยังกวัดแกว่งอาวุธของตนเข้าต่อกรกับศัตรู และแล้วความเหนื่อยอ่อนก็เข้าจู่โจมนักรบผู้นั้น จะด้วยความประมาทพลั้งเผลอหรืออะไรก็ตาม อัศวินออร์คลื่นล้มหงายหลังลงไป เหล่าหมาปีศาจก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย พุ่งเข้าโจมตีกัดกินส่วนที่ไม่มีเกราะป้องกันทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนและอาการดิ้นพล่านของอัศวินที่ถูกรุมทึ้งทำให้ ซาคารีอาสต้องเบือนหน้าหนี
เสียงตะโกนดังลั่นจากใครบางคนให้มองขึ้นไปบนฟ้า ฝูงสัตว์ร้ายรูปร่างคล้ายลิงแต่มีปีกแบบค้างคาวหลายสิบหลายร้อยตัวกำลังบินร่อนลงมา เหล่านักธนูต่างพาช่วยกันระดมยิงเพื่อสกัดยับยั้ง
เจ้าลิงบินได้ตัวหนึ่งโดนยิงเข้าอย่างจัง มันเสียหลักผวาร่อนลงมาชนกับคบเพลิงกลิ้งโค่โร่ไปกันคนละทิศละทาง เศษไต้ส่วนหนึ่งในคบเพลิงกระเด็นไปตกในกองฟางสำหรับเลี้ยงม้า สักพักเปลวไฟก็ลุกโชนลามแผดเผาไปทั่วทั้งย่าน
ไฟเริ่มไหม้ลามไปย่านข้าง ๆ ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังอึ้งกับภาพที่ปรากฏข้างหน้าตนอย่างไม่เชื่อสายตาอยู่ เขาถามตัวเองในใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ยังรำพึงอยู่เลยว่าช่างสงบสุขจริง ๆ แต่เพียงแค่ชั่วครู่ยามเหตุการณ์กลับตาลปัดไปอย่างคาดไม่ถึง
วานรเหินหาวอีกตัวมีลูกธนูเสียบอยู่ที่ปากทะลุออกทางท้ายทอยกำลังบินร่อนมาทางพวกเด็กหนุ่ม ในขณะที่เพื่อนเผ่ามนุษย์กำลังตะลึงขึงขันอยู่นั้นเอลฟ์หูแหลมกลับได้สติ รีบฉุดกระชากเพื่อนเกลอให้หนีออกจากหน้าต่าง ก่อนที่ลิงผีตัวนั้นจะกระแทกกับขอบหน้าต่างอย่างแรงแล้วร่วงลงไปกองกับพื้นข้างล่าง
รีบเผ่นกันเถอะ เอลฟ์หนุ่มเตือนสหาย ก่อนที่จะผลุงไปเก็บข้าวของที่จำเป็น ซาคารีอาสจึงเริ่มได้สติและทำตามที่เพื่อนพูด เมื่อทั้งสองเก็บข้าวของเสร็จก็รีบวิ่งลงไปยังห้องรับรองของโรงเตี๊ยม (ซึ่งก็ทำหน้าที่เป็นห้องอาหารด้วย) จึงพบกับผู้คนมากหน้าหลายเผ่าพันธุ์แออัดกันอยู่ บ้างก็ถามไถ่กันถึงสถานการณ์ บ้างก็เอะอะเดือดดาล บ้างก็ด่าทอผู้ให้บริการเกม ในขณะที่ทั้งสองพยายามเบียดเสียดฝ่าฝูงชนอยู่นั้น ซาคารีอาสก็ถูกกระชากแขนกลับไปข้างหลัง
อย่าออกไปจะดีกว่า เสียงที่ฟังแล้วคุ้นดังขึ้น หันไปมองจึงพบว่าเป็น เออร์เนสโต ออร์คเขียวสหายใหม่ที่เพิ่งพบกันไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง เด็กหนุ่มได้ทีจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ออร์คกลับบอกว่าให้ถามเพื่อนเอลฟ์ดูเพราะเขาเองก็หลับไปเหมือนกัน และรู้สึกเหมือนจะเป็นกันทั้งเมืองด้วย
เราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่... แล้วเอลฟ์หนุ่มก็เล่าให้ฟังว่า...
ตนหลับไปตอนราว 3 ทุ่ม เช่นเดียวกับคนอื่นและสะดุ้งตื่นตอน 5 ทุ่มกว่า ๆ ตอนนั้นตนสังเกตได้ว่ามีแสงจ้ามาก ไม่ได้สว่างเหมือนกลางวัน แต่เหมือนกับทุก ๆ อย่างไม่มีเงาปรากฏอยู่เลย อีกซักพักตนก็ได้ยินเสียงพวกเอลฟ์เริ่มชุมนุมกัน (เอลฟ์ใช้เวลาพักผ่อนน้อยกว่าเผ่าอื่น อีกทั้งยังมีหูตาจมูกประสาทสัมผัสไวกว่าด้วย) และพูดคุยเกี่ยวกับปรากฏการณ์ประหลาดนี้ แต่เวลาเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นแสงก็ดับลงเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น สักพักหนึ่งก็มีเสียงเอะอะมะเทิ่งดังมาจากยามกำแพงเมือง ใจความว่ามีเหล่าสัตว์ร้ายจำนวนมากชุนุมอยู่ข้างนอก เอลฟ์บางคนที่เป็นผู้แลเกมก็พากันออกไปดู แต่อีกไม่ถึงอึดใจเหล่าสัตว์ร้ายก็บุกทะลักเข้าตามประตูเมืองด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาลอย่างกับสายน้ำ โอราซิโอก็เลยรีบปลุกซาคารีอาสให้ลุกขึ้นมาดูนี่แหละ
นี่แหละคือสิ่งที่เราได้เห็นได้ยินมาทั้งหมด มันเกิดเรื่องบ้าบอคอแตกอย่างนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ ติดต่อกับใครก็ไม่ได้ ระบบการสื่อสารฉุกเฉินต่าง ๆ ใช้ไม่ได้สักอย่างเดียว
เช็ดแม่ม! ออร์คสบถออกมาเมื่อฟังจบ
เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากข้างนอก คนข้างในบางคนตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีเสียงตอบกลับมาว่า กองทหารม้าจากค่ายที่ แคมเบรีย (
เมื่อทั้งสามรอจนคิดว่าเหล่าทหารม้าแคมเบรียได้ควบคุมสถานการณ์ไว้เรียบร้อยแล้วจึงพากันออกมาเช่นเดียวกับกลุ่มคนในโรงเตี๊ยม เมื่อทั้งสามหน่อออกมายืนอยู่กลางถนนก็พบว่าผู้เล่นหลาย ๆ คนเริ่มทยอยออกมาจากที่หลบซ่อนเช่นกัน ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ซาคารีอาสก็สังเกตพบเด็กสาวคนเมื่อตอนกลางวันด้วย จึงรีบเดินเข้าไปถามว่าทราบบ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น สาวน้อยผมยาวตากลมโตตอบว่าตนก็ไม่ทราบได้แน่ชัดเหมือนกันแต่ก็พอรู้จากคนวงในที่เป็นผู้ดูแลเกมว่า อยู่ดี ๆ ระบบเกมก็เกิดขัดข้องตอนที่มีแสงสว่างจ้า แล้วหลังจากนั้นก็เกิดเรื่องวุ่นวายอย่างที่เห็น และเป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แสงประหลาดนั้นแล้ว เวทมนต์ทุกอย่างกลับไช้ไม่ได้ทั้งสิ้น ตอนนี้เหล่านักเวทนักบวชทั้งหลายก็ไม่ต่างไปจากคนที่ตัวเปล่าเล่าเปลือยเลย
เมื่อสองหน่อเดินเข้ามาสมทบซาคารีอาสจึงขออภัยที่ลืมแนะนำตัวเมื่อบอกนามของตนและผองเพื่อนไปแล้ว ฝ่ายหญิงจึงแนะนำตนเองบ้างว่าตนชื่อ ลูเซีย (Lucía) เป็นนักบวชฝึกหัดเผ่ามนุษย์อยู่ที่ระดับ 15 และตนก็พักอยู่ที่หอพักในสถาบันการศึกษาของศาสนจักรซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง
ซาคารีอาสมองตามที่เด็กสาวชี้ไปยังโบสถ์หลังมหึมา เมื่อมองเลื่อนลงมาก็พบซากศพทั้งของผู้เล่นและสัตว์ร้ายเกลื่อนกราดไปหมด บางศพก็ยังอยู่ในสภาพชิ้นส่วนครบ บางศพก็มองเหมือนกองเนื้อเละ ๆ ถัดไปก็เห็นผู้เล่นคนอื่นร่วมมือกันดับไฟที่ลามอยู่ อีกมุมทหารกลุ่มหนึ่งก็กำลังต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย
ทหารพวกนี้มาจากไหน ซาคารีอาสถามโพล่งขึ้นมา
ทหารเหล่านี้เป็น NPC ของเกม โดยพวกที่เห็นนี่เป็นทหารม้าเคลื่อนที่เร็วอยู่ที่ค่ายเมืองแคมเบรีย พวกนี้ส่วนใหญ่ฟังคำสั่งของผู้ดูแลเกม เซซิเลียแถลงไข ซึ่งเด็กหนุ่มก็เห็นว่าน่าจะจริงเพราะ ทหารม้าเหล่านั้นสวมแค่เกราะโซ่ถัก (chain male) กับใช้อาวุธเบาอย่างหอกหรือดาบยาวแบบทหารม้าเท่านั้น
แม้สภาพแวดล้อมโดยรวมดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่ตามมุมเมืองหรือในตรอกซอกหลืบต่าง ๆ ยังคงมีการปะทะกันอยู่ประปราย ตามหลังคาสิ่งก่อสร้างมีซากเจ้าลิงผีอยู่เต็มไปหมด ซาคารีอาสได้ยินเสียงคนถามผู้ดูแลเกมที่อยู่แถวนั้นว่า ผู้เล่นที่เสียชีวิตหรือสูญหายจะได้กลับคืนมาหรือไม่ คำตอบที่ได้รับก็คือ แม้ตอนนี้ระบบการติดต่อสื่อสารจะใช้การไม่ได้ แต่อีกซักครู่ โอเปอเรเตอร์คงจะทำการบังคับเซอร์ฟเวอร์ให้รีเซ็ทระบบใหม่ อันจะส่งผลให้ผู้เล่นทุกคนในตอนนี้ต้องออกจากระบบอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ดังนั้นเมื่อระบบเริ่มต้นใหม่ทุกคนก็จะได้กลับเหมือนเดิม คนฟังได้ยินดังนั้นส่งเสียงว่าดีแล้ว เด็กหนุ่มจึงเอาสิ่งที่ได้ยินมาเล่าให้เพื่อนทั้งสองและหญิงสาวฟังบ้าง
แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดการนำผู้เล่นออกระบบเพื่อทำการรีเซ็ทเครื่องแม่ข่ายแต่อย่างใด เด็กสาวจึงขอตัวกลับไปยังที่พักก่อน ส่วนสามหน่อเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปจึงได้แต่เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น เหมือน ๆ กับผู้เล่นอีกสองสามกลุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก
กลับไปยังที่พักของพวกท่านซะ! เสียงทหาร NPC ที่กำลังควบม้าออกตรวจตราเมืองได้กล่าวประกาศเตือน ขณะนี้พระราชาได้ทรงประกาศกฎอัยการศึก ห้ามมิให้พลเรือนออกนอกเขตนิวาศสถาน เนื่องด้วยเหล่าสัตว์ร้ายจำนวนหนึ่งยังคงหลบซ่อนอยู่ในเมือง หากท่านยังมิปฏิบัติตามแลฝ่าฝืนคำสั่ง เราอาจจำเป็นต้องสังหารพวกท่านเสีย!
ยังมิทันที่ทุกคนจะได้กล่าวหรือปฏิบัติตามก็พลันมีเสียงหวีดโหยหวนดังมาจากลานน้ำพุ แล้วจู่ ๆ เสียงกรีดร้องนั้นก็หยุดลงปุบปับก่อนที่เสียงหวีดอื่น ๆ จะตามมา
ผีดิบ! ทหาร NPC นายหนึ่งตะโกนขึ้นมา
คืนนี้มันเกิดเรื่องห่ะอะไรขึ้นเนี่ย! เออร์เนสโตสบถด้วยความสับสนงุนงงกับสถานการณ์ ส่วนทหารม้านายนั้นก็สำทับให้ทุกคนรีบหาที่หลบซ่อนตัวซะ แล้วก็กระชากม้าจากไป
ช่วยด้วย!! เสียงดังมาจากกลุ่มผู้เล่นอีกกลุ่มที่อยู่แถวนั้น ตัวผู้ส่งเสียงร้องเป็นนักเวทกำลังถูกกอดรัดโดยเพื่อนอีกคนซึ่งเป็นนักเวทด้วยกัน ช่วยด้วย!! ช่วย... เสียงขาดหายไปเพราะถูกเกลอของตนกัดกร้วมเข้าลำคออย่างจังก่อนที่จะกระชากออกมาพร้อมกับถ่มถุดเศษเนื้อกองลงบนพื้น ฝ่ายนักเวทผู้ที่ตอนนี้ลำคอแหว่งเหวอะก็ยกมือขึ้นมากดบาดแผลด้วยหวังว่าคงจะช่วยหยุดเลือดที่พุ่งออกมาราวกับน้ำพุนั้นได้ ไอ้ผีดิบกระโจนเข้าหาเหยื่อรายใหม่อันเป็นนักรบเกราะงามผู้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่คราวนี้ไม่หมู เกราะสวยยกดาบยักษ์ของตนขี้นมาตั้งรับ ไอ้ผีดิบชะงักไปนิดหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปยื้อแย่งดาบจากเกราะสวยซึ่งฝ่ายหลังไม่ได้นึกว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จึงถูกแย่งอาวุธไปได้โดยไม่ยากเย็นนัก ไอ้ผีดิบฟาดฟันดาบยักษ์ใส่อย่างไม่ยั้งมือจนเกราะสวยกลายเป็นเกราะสับ เละจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น เพื่อนฝูงอีกสอง-สามคนเริ่มได้สติ วิ่งหนีพลางกรีดร้องพลางไปคนละทิศทาง ไอ้ผีดิบโยนดาบทิ้งแล้ววิ่งสี่ตีนหมาไล่กวดหนึ่งในนั้นไป
เช็ด...ห่ะ คราวนี้เป็นฝ่ายซาคารีอาสสบถขึ้นมาแทน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกินเวลาไม่กี่วินาที (ในเกม) นับตั้งแต่มีการร้องขอความช่วยเหลือจนกระทั่งนักรบเกราะสวยโดนฟันเป็นหมูสับบะช่อ ส่วนไอ้คนที่ขอกำลังชักกระตุกแหง่ก ๆ บนพื้น ไอโขล่กทีเลือดทะลักออกมาเป็นลิ่มจากบาดแผลเหวอะหวะที่ลำคอเนื่องจากถูกเพื่อนผีดิบกัด
มีผู้เล่นอีกกลุ่มซึ่งสังเกตจากเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะเป็นนักบวชเข้าดูอาการคนเจ็บพลางร้องเรียกหาผู้รักษาแต่เพื่อนในทีมแจ้งให้ฟังว่าตอนนี้ยังคงใช้เวทมนตร์ไม่ได้สิ่งทำได้ตอนนี้ก็แค่หาผ้ามาพันคอเพื่อซับเลือดเท่านั้น หนึ่งในนั้นรีบกุลีกุจอคว้าผ้าเข้าไปพันแผล แต่แล้วก็ต้องรีบสะบัดมือเร่า ๆ ด้วยโดนเจ้าของบาดแผลกัดเข้าที่ข้อมืออย่างจัง
ไอ้คนเจ็บเมื่อกี้แม้จะแปลงสภาพเป็นผีดิบแต่ก็ไม่มีแรงพอที่จะทำร้ายใครได้อีกแล้ว เนื่องจากเสียเลือดออกมามากพอที่จะทำให้พื้นถนนที่ตนนอนอยู่กลายสภาพเป็นแอ่งน้ำสีแดงได้ มันยังนอนเอามือกุมลำคอพลิกคว่ำหงายไปมา ก่อนที่จะชักดิ้นอย่างแรงอีกครั้งส่งเสียงคร่อกแล้วก็เงียบแน่นิ่งไปเลย ฝ่ายผู้เข้ามาช่วยเหลือเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นจึงรีบเผ่นกันไปโดยไว
ฝ่ายหนุ่มเอลฟ์เห็นว่าหากอยู่ตรงนี้นานไปคงไม่ดี จึงรีบชักชวนเพื่อนฝูงให้หาที่หลบซ่อนตัว
แล้วเราจะไปหลบที่ไหน เด็กหนุ่มจนปัญญาที่จะหาที่หลบซ่อน แต่ออร์คเขียวแนะนำว่าลองไปที่ปราสาทดู เพราะที่นั่นน่าจะปลอดภัยที่สุด ทั้งเอลฟ์และมนุษย์ต่างก็เห็นดีด้วยจึงรีบออกเดินทางกัน
ยามเมื่อทั้งสามกำลังเดินผ่านลานน้ำพุ ภาพเห็นก็คือ ทหารจากแคมเบรียหลายหมู่กำลังโรมรันกับฝูงผีดิบซึ่งอดีตเคยเป็นผู้เล่น ทหารบางนายก็กรีดร้องเพราะถูกรุมทึ้ง (เด็กหนุ่มนึกชมทีมงานพัฒนาเกมอยู่ในใจว่าช่างทำได้สมจริงจนรู้สึกแสยง) พ่อครัวผีดิบตัวหนึ่งถือหัวไชเท้าดุ้นเขื่องไล่ทุบทหาร(ซึ่งเขาเองเพิ่งทราบเหมือนกันว่าหัวผักก็เอามาเป็นอาวุธได้) ก่อนที่จะลูกธนูจะเสียบทะลุป้าย ผู้ประกอบอาหารยอดเยี่ยม อันติดอยู่ที่อกซ้าย ผีดิบอีกตัวที่ตอนนี้ดูไม่ออกว่าเคยเป็นอะไรมาก่อนกำลังเอาหัวโขกกับกำแพงจนหน้าผากแตกเลือดไหลโทรมแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นที่สะใจจ๊อด ไอ้ผีตนนั้นก็เลยถอยหลังซะไกลก่อนวิ่งเอาหัวโขกกำแพงอีกทีด้วยความเร็วสูงซึ่งคราวนี้ก็สมใจหลับสนิทไปตลอดกาล ทหารอีกนายที่กลายสภาพเป็นผีดิบกำลังเอาหอกไล่ฟาดผองเพื่อนตัวเองอยู่ เศษซากศพกองเป็นพะเนิน สัตว์ร้ายบางตัวก็กลายเป็นผีดิบ ออกอาละวาดจนทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนนรกแตก
สามหน่อไม่มีเวลาหยุดชมไปมากกว่านี้แล้ว จึงรีบจ้ำอ้าวเพื่อให้หลุดพ้นขุมนรกไปโดยไว
ดูนั่น! เอลฟ์ร้องเตือนเด็กหนุ่มเมื่อเห็นนักดาบคนหนึ่งเดินท่าทางชักกระตุกแปลก ๆ มือขวาถือดาบสั้น มือซ้ายถือสิ่งที่พออนุมานได้ว่าเคยเป็นหัวคนมาก่อน ผีวิปลาศตัวนั้นเมื่อเห็นเหยื่อรายใหม่มันรีบวิ่งเต็มฝีเท้าพร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธไปมาแล้วกรีดร้องไม่เป็นภาษา
สัด ออร์คเขียวคำรามเบา ๆ ก่อนปล่อยให้กำปั้นไม่มีตากระแทกเปรี้ยงเข้ากับปลายคางของไอ้ผีอุบาทว์อย่างถนัดถัดถี่ส่งผลให้มันล้มทั้งยืนไปทันที แต่ดูเหมือนฤทธิหมัดจากคนที่น้ำหนักตัวมากกว่าแปดสิบกิโลกรัมจะไม่ทำให้มันลงไปกองหลับฝันดี เพราะถึงจะลุกยืนไม่ได้แต่ยังก็กวาดมีดในอากาศไปมาอย่างรวดเร็ว เอลฟ์หนุ่มคว้าธนูยิงแขนมันด้วยหวังให้เสียบติดกับพื้นแต่ลูกธนูเองก็ไม่แรงพอที่จะทะลุอิฐข้างใต้ดังนั้นเวลามันกวัดแกว่งแขนไปมาจึงมีเสียงหัวศรล่าสัตว์เล็กมูลค่าครึ่งเหรียญทองฟาดกับพื้นไปด้วยทำให้ผู้ยิงรู้สึกผะอืดผะอม เออร์เนสโตตัดใจหยิบหอกจากศพทหารที่อยู่ใกล้ ๆ แทงฉึกเข้าพุงยกขึ้นแล้วโยนเข้าตรอกไป (เอลฟ์หูแหลมสาบานได้ว่าตนเห็นท้องไอ้ผีปริแตกก่อนลำไส้จะทะลักทลายออกมากลางอากาศตอนที่มันหลุดจากหอก) แล้วกระตุ้นเพื่อนทั้งสองให้รีบเดินหน้าไปยังจุดหมาย (เด็กหนุ่มดีใจที่ยังสังเกตได้ว่าแม้พี่บึกจะตีหน้าตาย แต่มือและลำแขนข้างที่ถือหอกยังมีอาการสั่นด้วยความกลัว)
กลุ่มสามสหายรีบวิ่งไปตามถนนไปโดยไว อีกห้าร้อยเมตรจะถึงปราสาทโดยต้องผ่าน สามแยกสองแห่ง กับ สี่แยกอีกแห่ง ในขณะที่กำลังผ่านหัวมุมถนนก็พบกับเงาตะคุ่มร่างเล็กวิ่งสวนมา เด็กหนุ่มชักดาบ เอลฟ์เตรียมธนู ส่วนออร์คตั้งท่า แต่พลันเงานั้นกลับยกมือขึ้นห้ามแล้วพูดว่า
อย่า! อย่า! ผมเป็นคน! ผมเป็นคน! อย่าฆ่าผม! เสียงที่ละล่ำละลักออกมาบ่งบอกอาการตกใจ อย่าฆ่าผม! ผมเป็นคน! ไม่ใช่ผีดิบ!
เข้าใกล้ๆ แสงไฟ ยื่นมือออกมาให้เห็นชัด ๆ ออร์คเขียวสั่ง เงาตะคุ่มนั้นยอมปฏิบัติแต่โดยดีพลางพึมพำว่า อย่าฆ่าผม อย่าฆ่าผม
หืม? นายเจ้าหน้าที่ข้อมูลเมื่อตอนกลางวันนี่เอง เอลฟ์หูแหลมครางออกมาเมื่อเห็นหน้าชัด ๆ
อ๋า? พวกคุณนั่นเอง โอยยยย มันเกิดเรื่องบ้าอะไรก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ยังดีที่ได้เจอพวกคุณ เจ้าหน้าที่ข้อมูลเผ่าตัวเตี้ยทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน ตลอดสิบห้านาทีที่ผ่านมาผมวิ่งไม่หยุดเลย โอยยย เหนื่อยจริง มันเกิดเรื่องห่ะอะไรก็ไม่รู้ พอตื่นขี้นมาก็มีแต่สัตว์ร้ายเต็มเมืองไปหมด ผมกับเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนช่วยกันล็อคและหาอะไรมาขัดประตูไว้ ซักพักพอทหารจากแคมเบรียเข้ามาเหตุการณ์ก็เริ่มสงบ แต่.. (เอามือปิดหน้า พร้อมสะอึกสะอื้น) โมโนบาร์บาสเตลลัส (Monobarbastellus) สามตัว... พวกมัน... บุกเข้ามาทางช่อง... อากาศด้านหลัง... มันแฝงตัว... ซุ่ม... รอ...
เฮ้ย~ เดี๋ยวก่อนสิพวก! โอราซิโอเบรกเจ้าหน้าที่เผ่าดวฺอร์ฟผู้นั้นไว้ก่อน แล้วไอ้โมโมบาบัสตาลัส นี่มันเป็นตัวอะไร?
โมโนบาร์บาสเตลลัส เจ้าหน้าที่ข้อมูลหัวแดงแก้ให้ มันมีรูปร่างลักษณะเป็นค้างคาวตัวใหญ่พอ ๆ กับลิง หรือพูดอีกอย่างก็คือ เหมือนเอาลิงมาติดปีกค้างคาว
พวกเราเรียกมันว่า ลิงผี ซาคารีอาสเสริม
ก็ไม่ผิด ดวฺอร์ฟเตี้ยผมแดงเช็ดน้ำตา(?)แล้วยักไหล่
ก่อนที่เจ้าดวฺอร์ฟจอมจ้อจะเริ่มต้นร่ายยาวอีก เด็กหนุ่มรีบถามชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น
รูฟิโน (Rufino) เจ้าหน้าที่ข้อมูลตอบ เผ่าดวฺอร์ฟ ระดับผู้เล่นอยู่ที่ 21 มีอาชีพให้บริการด้านข้อมูลอยู่ที่สำนักงานข้อมูลของเมือง